นอกจากการที่นักเตะยิงประตูได้อย่างสวยงามหรือมือโกล์สามารถเซฟลูกบอลได้ เสียงนกหวีดของผู้ตัดสิน ก็สามารถเปลี่ยนเกมได้เลยในพริบตา สำหรับแฟนลูกหนังหน้าใหม่ ใบเหลืองฟุตบอลอาจจะดูเหมือนเป็นเพียงสัญลักษณ์การลงโทษทั่วไป แต่สำหรับแฟน ๆ ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการฟุตบอลจะรู้ทันทีว่า การ์ดพวกนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนแผนการเล่นและอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นต่อของนักกีฬา หรือผลแพ้ชนะของแมทช์นั้น ๆ เอง
บทความนี้จะพาไปดูความหมายของใบแดงและใบเหลืองฟุตบอล ที่จะช่วยให้การดูบอลสนุกขึ้น พร้อมเข้าใจทุกการตัดสินในสนามฟุตบอล

ที่มา: REFR Sports – “When Does a Referee Show a Yellow Card in Soccer?”
จุดกำเนิดของใบเหลือง ฟุตบอล
ก่อนจะพูดถึงกติกาการใช้งานของใบแดงและใบเหลืองฟุตบอล มาดูประวัติและต้นกำเนิดของการ์ดพวกนี้กันก่อน จุดเริ่มต้นของใบแดงและใบเหลืองเกิดจาก เคน แอสตัน (Ken Aston) กรรมการชาวอังกฤษ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสัญญาณไฟจราจร
เนื่องจากปัญหาของกำแพงทางภาษาการแข่งขันในระดับนานาชาติ จึงได้นำสีแดงและสีเหลืองมาปรับใช้ เพื่อให้ทั้งนักเตะและคนดูไม่ว่าจะชนชาติไหนเข้าใจตรงกันทั่วโลก โดยเริ่มนำมาใช้ครั้งแรกในฟุตบอลโลกปี 1970 อย่างเป็นทางการ
ใบเหลืองฟุตบอล
ใบเหลืองในฟุตบอลเป็นการใช้เพื่อเตือนนักเตะอย่างเป็นทางการโดย กรรมการผู้ตัดสินว่า คุณได้ทำผิดกติกา และถ้าหากยังทำอีกครั้งจะหมดสิทธิ์เล่นต่อ
สถานการณ์ที่ทำให้นักเตะโดนใบเหลือง
ตามกติกาของคณะกรรมการสมาคมฟุตบอลระหว่างประเทศ (International Football Association Board) กรรมการผู้ตัดสินจะทำการแจกใบเหลืองให้กับผู้เล่นที่ทำผิดกฎใน 7 กรณีตามนี้
- พฤติกรรมไม่มีน้ำใจนักกีฬา ครอบคลุมไปตั้งแต่การแกล้งล้มเพื่อให้ฟาวล์ ดึงเสื้อคู่แข่ง หรือ การสกัดที่รุนแรงเกินไป เป็นกรณีที่กว้างมาก
- พฤติกรรมต่อต้านผู้ตัดสิน เช่น การขว้างปาสิ่งของ ไม่ว่าจะเป็นทั้งคำพูด หรือการกระทำ
- พฤติกรรมทำผิดกติกาซ้ำ ๆ ถึงการฟาวล์แต่ละครั้งจะไม่รุนแรง แต่ถ้านักกีฬาคนเดิมทำพฤติกรรมเดิมบ่อย ๆ ในเวลาสั้น ๆ ผู้ตัดสินจะแจกใบเหลืองเพื่อหยุดการกระทำเหล่านี้
- พฤติกรรมชะลอถ่วงเวลา เช่น ถือบอลไว้นานเกินไป หรือแกล้งทำเป็นเจ็บ
- พฤติกรรมไม่อยู่ในระยะที่กำหนด ผู้เล่นฝ่ายรับต้องออกห่างจากบอลอย่างน้อย 10 หลา และหากไม่ยอมทำตามกติกาจะโดนใบเหลืองฟุตบอล
- เข้าสนามโดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาต หากออกจากสนามเพื่อเปลี่ยนชุด นักเตะจะต้องรอให้ผู้ตัดสินกวักมือเรียกจึงจะกลับเข้าสนามได้
- ออกจากสนามโดยไม่ได้รับอนุญาต
ใบแดงฟุตบอล
ถ้าหากใบเหลืองฟุตบอลคือการเตือน ใบแดงเปรียบเหมือนการโดนลงโทษขั้นสูงสุดในสนาม โดยที่ผู้เล่นที่ได้รับการ์ดใบนี้จะต้องออกจากสนามและกลับเข้าห้องแต่งตัวทันที หลังจากนั้นทีมจะต้องเล่นต่อไปในจำนวนที่น้อยกว่าอีกทีมจนจบเกม โดยการให้ใบแดงจะมีอยู่สองแบบ คือ
- ใบแดงโดยตรง เมื่อนักกีฬาทำผิดรุนแรงจนต้องไล่ออกจากสนามทันที
- ใบเหลือง 2 ใบ เมื่อนักกีฬาได้รับใบเหลือง 2 ใบในเกมเดียวกัน จะถือเป็นใบแดงทันที

ที่มา: INDEPENDENT – “Managers to be subject to yellow and red cards under new disciplinary rules”
สถานการณ์ที่ทำให้นักเตะโดนใบแดง
ใบแดงจะถูกใช้ เมื่อผู้ตัดสินเห็นการกระทำเหล่านี้จากนักเตะ
- พฤติกรรมที่เล่นผิดกติกาอย่างร้ายแรง เช่น การสกัดที่ใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุและเป็นอันตรายต่อนักกีฬาคนอื่น
- พฤติกรรมรุนแรง เช่น การทำร้ายร่างกายนักกีฬาคนอื่น รวมไปถึงผู้ตัดสินและสตาฟฟ์
- พฤติกรรมการถ่มน้ำลายที่ถือเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจ
- พฤติกรรมที่ขัดขวางการทำประตูด้วยมือ สำรับคนที่ไม่ใช่ผู้รักษาประตูในเขตโทษ
- พฤติกรรมที่ขัดขวางโอกาสทำประตูที่เห็นได้ชัด ผู้เล่นที่เป็นกองหลังคนสุดท้ายฟาวล์เพราะขัดขวางไม่ให้คู่แข่งเข้าไปยิงประตู
- พฤติกรรมที่ใช้คำพูดหยาบคาย รวมไปถึงท่าทางที่ดูหมิ่นคนอื่น รวมไปถึงการเหยียดเชื้อชาติ
- ได้รับใบเหลืองใบที่สอง
บทบาทของ VAR กับใบแดงและใบเหลืองฟุตบอล
ในการแข่งขันฟุตบอลยุคปัจจุบัน เทคโนโลยี VAR (Video Assistant Referee) หรือ ผู้ช่วยผู้ตัดสินวิดีโอ ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการตัดสินการแข่งขันฟุตบอลทั่วโลก แต่หนึ่งสิ่งที่มักถูกเข้าใจผิดคือ VAR สามารถตรวจสอบได้ทุกอย่าง แต่ในความเป็นจริงแล้ว VAR ไม่สามารถตรวจสอบได้ในทุกเรื่อง โดยเฉพาะในกรณีของใบแดงและใบเหลืองฟุตบอลที่มีเงื่อนไขต่าง ๆ
กรณีที่ VAR สามารถเข้ามาช่วยในการตัดสินได้
- ใบแดงโดยตรง เมื่อผู้ตัดสินไม่สามารถมองเห็นการใช้ศอกได้อย่างชัดเจน หรือการเล่นที่อันตราย VAR สามารถเรียกผู้ตัดสินเพื่อดูจอเพื่อแจกใบแดงย้อนหลังได้
- ในกรณีที่แจกใบเหลืองหรือใบแดงผิดคน
กรณีที่ VAR จะไม่เข้ามาช่วยในการตัดสิน
- ไม่ว่าการฟาวล์จะค้านสายตา หรือไม่ควรได้ใบเหลือง VAR ไม่มีสิทธิ์เรียกผู้ตัดสินมาดูจอเพื่อยกเลิกใบเหลือง
- ใบเหลืองใบที่สอง แม้จะทำให้นักเตะโดนไล่ออก แต่กฎระบุไว้ว่า VAR สามารถตรวจสอบได้เฉพาะใบแดงโดยตรงเท่านั้น ไม่รวมถึงกรณีสะสมสองใบเหลือง
ผลกระทบของใบแดงหลังจบเกม
ไม่เหมือนใบเหลืองฟุตบอล โทษใบแดงไม่ได้จบแค่ 90 นาทีในแมทช์เดียว แต่ยังส่งผลกระทบและโทษแบนไปถึงนัดถัดไปมีดังนี้
- หากได้รับใบแดงจากการสะสมใบเหลืองครบ 2 ใบ มักจะโดนแบน 1 นัด
- ใบแดงโดยตรง มักจะโดนแบน 1-2 นัดขึ้นอยู่กับกฎลีก
- ใบแดงที่เกิดจากพฤติกรรมใช้ความรุนแรง มักจะโดนแบน 3 นัด
- นอกจากนี้สโมสรและนักเตะอาจต้องเสียค่าปรับให้กับสมาคมฟุตบอล
สรุปส่งท้ายบท
การทำความเข้าใจกฎของ ใบแดงและใบเหลืองฟุตบอล จะช่วยให้การดูการแข่งขันฟุตบอลสนุกขึ้น ช่วยให้เข้าใจถึงการกระทำของนักเตะ เช่น เหตุผลที่ไม่พรวดพราดเข้าบอลไปเมื่อมีใบเหลืองติดตัวอยู่แล้ว หรือทำไมการฟาวล์แค่ครั้งเดียวถึงสามารถเปลี่ยนจังหวะให้ผลแพ้ชนะของทีมที่เชียร์ได้ และยังช่วยให้แฟนบอลสามารถวิเคราะห์เกมได้อย่างเฉียบขาด







