MENU

เจาะลึกประวัติและลำดับของ เร็กซ์แฮม พร้อมสถิติหลังพบเชลซี

เจาะลึกประวัติและลำดับของ เร็กซ์แฮม พร้อมสถิติหลังพบเชลซี

เร็กซ์แฮม เอ.เอ.ฟ.ซี. คือสโมสรเก่าแก่ของเวลส์ ก่อตั้งปี 1864 จากชุมชนท้องถิ่นและผับ The Turf ที่อยู่ติดสนาม Racecourse Ground

สโมสรผ่านทั้งช่วงรุ่งเรือง ตกต่ำ และการหลุดจากลีกอาชีพ ก่อนกลับมาเป็นที่จับตามองอีกครั้งในยุคเจ้าของใหม่ จนไต่ระดับสู่ความสำเร็จและความสนใจระดับโลก

การพบกับเชลซีจึงไม่ใช่แค่เกมฟุตบอล แต่สะท้อนเส้นทางประวัติศาสตร์อันยาวนานของสโมสรจากอดีตสู่ปัจจุบัน

อ้างอิง: thestandard

目次

ประวัติศาสตร์อันยาวนานของ เร็กซ์แฮม สโมสรเก่าแก่แห่งเวลส์

เมื่อพูดถึงความเก่าแก่ของสโมสรฟุตบอลในโลก เร็กซ์แฮม เอ.เอฟ.ซี. คือหนึ่งในชื่อแรก ๆ ที่ต้องถูกกล่าวถึงเสมอ สโมสรแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในวันที่ 4 ตุลาคม ค.ศ. 1864 ทำให้เป็นสโมสรฟุตบอลที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศเวลส์ และจัดอยู่ในกลุ่มสโมสรอาชีพที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอีกด้วย

ความเก่าแก่ของ เร็กซ์แฮม ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขปีก่อตั้ง แต่หมายถึงการเป็นส่วนหนึ่งของรากฐานทางวัฒนธรรมและกีฬาของชุมชนเมือง เร็กซ์แฮม ในเวลส์ตอนเหนือ

จุดกำเนิดที่ The Turf Tavern ในปี 1864

เร็กซ์แฮมเริ่มต้นขึ้นที่ผับ The Turf Tavern ซึ่งตั้งอยู่ติดกับสนาม Racecourse Ground โดยกลุ่มสมาชิกชมรมคริกเก็ตท้องถิ่นได้รวมตัวกันก่อตั้งสโมสรฟุตบอลเพื่อใช้เป็นกิจกรรมในช่วงนอกฤดูกาล

การกำเนิดจากผับเล็ก ๆ แห่งนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของสโมสรประวัติศาสตร์ และ The Turf Tavern ยังคงเปิดอยู่จนถึงปัจจุบัน พร้อมเป็นจุดรวมตัวของแฟนบอลก่อนเกม

สโมสรถือกำเนิดในช่วงที่ฟุตบอลอังกฤษเพิ่งเริ่มพัฒนาไม่นานหลังการก่อตั้ง FA ในปี 1863 ทำให้เร็กซ์แฮมเป็นหนึ่งในสโมสรยุคบุกเบิกของฟุตบอลสมัยใหม่

สนาม Racecourse Ground และมรดกระดับโลก

Racecourse Ground คือสนามเหย้าของเร็กซ์แฮมตั้งแต่ปี 1864 และถูกยกให้เป็นหนึ่งในสนามฟุตบอลที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังใช้งานอยู่ รวมถึงมีสถิติการใช้จัดฟุตบอลระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่องยาวนานตามบันทึกของ Guinness World Records

สนามแห่งนี้ยังเป็นที่จัดการแข่งขันทีมชาติเวลส์ครั้งแรกในปี 1877 และถูกใช้เป็นสนามเหย้าของทีมชาติมาอย่างต่อเนื่องในหลายช่วงเวลา ทำให้มีความสำคัญทั้งในระดับสโมสรและระดับชาติ

ปัจจุบัน Racecourse Ground ได้รับการปรับปรุงเพื่อรองรับการเติบโตของเร็กซ์แฮมในยุคใหม่ โดยเพิ่มสแตนด์และสิ่งอำนวยความสะดวกตามมาตรฐานลีกอาชีพ แต่ยังคงเอกลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ของสนามไว้เช่นเดิม

ความสำเร็จในศึก Welsh Cup และยุครุ่งโรจน์ทศวรรษ 1970

ตลอดประวัติศาสตร์อันยาวนาน เร็กซ์แฮม คว้าแชมป์ Welsh Cup ไปครองมากถึง 23 สมัย ซึ่งทำให้เป็นหนึ่งในสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในการแข่งขันถ้วยภายในประเทศของเวลส์

การคว้าแชมป์ Welsh Cup ในยุคนั้นยังเปิดโอกาสให้สโมสรได้เข้าร่วมการแข่งขันยุโรปในรายการ European Cup Winners’ Cup ซึ่งเป็นเวทีที่ทำให้ เร็กซ์แฮม ได้ปะทะกับสโมสรชั้นนำของยุโรปอย่างต่อเนื่อง

ช่วงยุครุ่งโรจน์ที่สุดของ เร็กซ์แฮม คือทศวรรษ 1970 ซึ่งทีมประสบความสำเร็จในเวทียุโรปอย่างน่าจดจำ จุดสูงสุดในประวัติศาสตร์การแข่งขันยุโรปของสโมสรคือการเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศของ European Cup Winners’ Cup ในฤดูกาล 1975-76 ทำให้แฟนบอลทั่วทวีปยุโรปได้รู้จักชื่อของสโมสรเล็ก ๆ จากเวลส์เหนือแห่งนี้

การได้ปะทะกับทีมชั้นนำจากสเปน เยอรมัน และโปแลนด์ในเวทียุโรปสะท้อนให้เห็นว่าในยุคนั้น เร็กซ์แฮม คือทีมที่มีคุณภาพสูงพอจะแข่งขันในระดับทวีปได้

นอกจากความสำเร็จในยุโรป ทีมยังเคยไต่ขึ้นไปแข่งขันในระดับ Second Division ของลีกอังกฤษ ซึ่งในยุคนั้นถือเป็นลีกระดับสูงรองจากลีกสูงสุด ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างลีกเป็น Premier League ในปี 1992

ลำดับของ เร็กซ์แฮม ผ่านระบบลีกฟุตบอลอังกฤษ

การเดินทางของ เร็กซ์แฮม ผ่านระบบลีกฟุตบอลอังกฤษเปรียบเสมือนรถไฟเหาะที่ขึ้น ๆ ลง ๆ ตลอดระยะเวลากว่า 100 ปี ลำดับของ เร็กซ์แฮมเคยขึ้นไปแข่งขันในระดับ Second Division ในช่วงทศวรรษ 1970 และ 1980 จากนั้นก็ตกลงมาอยู่ในลีกล่างก่อนจะค่อย ๆ พลิกฟื้นกลับขึ้นมาในยุคปัจจุบัน

ช่วงตกต่ำและการตกชั้นสู่ National League ในปี 2008

ในปี 2008 เร็กซ์แฮม ต้องประสบกับช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร เมื่อทีมตกชั้นจาก League Two ลงไปสู่ Conference (ปัจจุบันคือ National League) ซึ่งเป็นลีกระดับห้าของระบบฟุตบอลอังกฤษ และเป็นลีกแรกที่อยู่นอกระบบของ English Football League (EFL) การตกชั้นในครั้งนั้นทำให้สโมสรประวัติศาสตร์อายุกว่า 144 ปีต้องออกจากระบบลีกอาชีพหลักเป็นครั้งแรก

ยุคนั้น เร็กซ์แฮม ประสบปัญหาด้านการเงินอย่างหนัก ความไม่มั่นคงในเจ้าของสโมสร และการขาดความต่อเนื่องในการบริหารทีม ทำให้คุณภาพของทีมตกลงเรื่อย ๆ ในที่สุดแฟนบอลในเมือง

เร็กซ์แฮม ตัดสินใจรวมตัวกันก่อตั้ง Wrexham Supporters Trust เพื่อเข้าซื้อสโมสรในปี 2011 ทำให้สโมสรกลายเป็นสโมสรที่บริหารโดยแฟนบอลตลอด 10 ปีจนถึงปี 2020 ยุคแฟนบอลบริหารสโมสรเป็นช่วงที่ทีมรอดพ้นจากการล้มละลายและพยายามรักษาสถานะของสโมสรไว้ในระดับ National League

15 ปีในลีกนอกระบบ EFL

สโมสรฟุตบอลเร็กซ์แฮม ติดอยู่ใน National League เป็นเวลา 15 ฤดูกาลติดต่อกัน ตั้งแต่ปี 2008 ถึง 2023 ในช่วงเวลานี้ทีมพยายามหลายครั้งที่จะกลับสู่ EFL ผ่านเพลย์ออฟแต่ก็ล้มเหลวตลอดมา

ความผิดหวังในรอบเพลย์ออฟกลายเป็นเหตุการณ์ประจำของสโมสร และทำให้แฟนบอลเริ่มสูญเสียความหวัง 15 ปีในลีกนอกระบบ EFL ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่าการกลับสู่ลีกอาชีพระดับสูงไม่ใช่เรื่องง่าย แม้สำหรับสโมสรที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานก็ตาม

ในช่วงเวลานี้แฟนบอลของ เร็กซ์แฮม ยังคงเดินทางตามทีมไปทุกนัด ทั้งในและนอกบ้าน บรรยากาศความผูกพันระหว่างทีมกับชุมชนเมืองคือสิ่งที่ทำให้สโมสรยังคงอยู่รอดได้ในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด

ทรีเพิลโปรโมชั่นประวัติศาสตร์ 2023-2025

หลังจากปลายปี 2020 ที่ Ryan Reynolds และ Rob McElhenney เข้าซื้อสโมสร ทีมก็เริ่มต้นการเดินทางอันน่าทึ่งที่จะเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ของสโมสรไปตลอดกาล

ในฤดูกาล 2022-23 เร็กซ์แฮม คว้าแชมป์ National League และเลื่อนชั้นกลับสู่ EFL ครั้งแรกในรอบ 15 ปี จากนั้นในฤดูกาล 2023-24 ทีมจบอันดับสองของ League Two และเลื่อนชั้นต่อเนื่องสู่ League One และในฤดูกาล 2024-25 ทีมก็ยังคงโมเมนตัมและคว้าการเลื่อนชั้นต่อเนื่องสู่ EFL Championship

การเลื่อนชั้นสามฤดูกาลติดต่อกันนี้ถือเป็นปรากฏการณ์ระดับประวัติศาสตร์ เพราะ เร็กซ์แฮม กลายเป็นสโมสรแรกในห้าระดับลีกสูงสุดของอังกฤษที่สามารถเลื่อนชั้นได้สามฤดูกาลติดต่อกัน (back-to-back-to-back promotions) นับเป็นความสำเร็จที่ไม่มีสโมสรใดในระบบลีกอาชีพเคยทำได้มาก่อน และยังเป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนถึงคุณภาพของการบริหารและการลงทุนของเจ้าของใหม่

การเลื่อนชั้นสู่ EFL Championship ในฤดูกาล 2024-25 มาจากการที่ทีมจบอันดับสองของ League One ตามหลังเพียง Birmingham City ที่คว้าแชมป์ลีกไป

การจบอันดับสองทำให้ เร็กซ์แฮม ได้สิทธิ์เลื่อนชั้นโดยตรงโดยไม่ต้องผ่านเพลย์ออฟ จุดสำคัญของฤดูกาลนั้นคือการชนะ Charlton Athletic 3-0 ที่บ้านในวันที่ 26 เมษายน ซึ่งเป็นเกมที่การันตีการเลื่อนชั้นอย่างเป็นทางการ

ฟอร์มในศึก EFL Championship ฤดูกาล 2025-26

ในฤดูกาล 2025-26 ซึ่งเป็นฤดูกาลแรกของ เร็กซ์แฮม ใน EFL Championship ในรอบหลายทศวรรษ ทีมยังคงสร้างความประหลาดใจให้กับแฟนบอลทั่วโลกด้วยฟอร์มการเล่นที่ดีกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้มาก

ก่อนหน้านัดสุดท้ายของฤดูกาลปกติ เร็กซ์แฮม รั้งอันดับที่ 6 ของตาราง ซึ่งหมายความว่าทีมยังคงมีลุ้นเข้าเพลย์ออฟเลื่อนชั้นสู่ Premier League ในฐานะหนึ่งในทีมที่จะแข่งขันเพื่อชิงตั๋วใบสุดท้ายไปสู่ลีกสูงสุดของอังกฤษ

ทีมมีคะแนนเท่ากับ Hull City และนำหน้า Derby County เพียงหนึ่งแต้มในการแย่งชิงตำแหน่งเพลย์ออฟ แม้จะแพ้แชมป์ลีกอย่าง Coventry City 1-3 ในเกมก่อนหน้า แต่ก็ยังคงรักษาอันดับที่ 6 ไว้ได้ การที่ทีมจากลีกนอกระบบ EFL

เมื่อสามปีก่อน สามารถเข้ามาแข่งขันในระดับ Championship และยังลุ้นเพลย์ออฟเลื่อนชั้นสู่ Premier League ได้ในฤดูกาลแรก ถือเป็นความสำเร็จที่น่าทึ่งและสะท้อนถึงการบริหารและคุณภาพของทีมในยุคใหม่อย่างชัดเจน

ยุคของ Ryan Reynolds และ Rob McElhenney เปลี่ยนแปลงสโมสรอย่างไร

เมื่อข่าวการเข้าซื้อสโมสรของนักแสดงดังจากฮอลลีวูดเริ่มแพร่สะพัดในปี 2020 หลายคนยังไม่แน่ใจว่าจะเป็นเพียงโปรเจกต์ความบันเทิงหรือเป็นการลงทุนระยะยาวที่จริงจัง

แต่หลังจาก 5-6 ปีผ่านไป ผลลัพธ์ของยุคใหม่นี้พิสูจน์ให้เห็นว่าการเข้ามาของ Ryan Reynolds และ Rob McElhenney คือจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ เร็กซ์แฮม

การเข้าซื้อสโมสรในเดือนพฤศจิกายน 2020

ในเดือนพฤศจิกายน 2020 Rob McElhenney นักแสดงและผู้สร้างจากซีรีส์ It’s Always Sunny in Philadelphia และ Ryan Reynolds นักแสดงระดับโลกจากแคนาดา

เจ้าของผลงานภาพยนตร์อย่าง Deadpool ประกาศการเข้าซื้อ เร็กซ์แฮม เอ.เอฟ.ซี. อย่างเป็นทางการในวงเงินประมาณ 2 ล้านปอนด์ การเปลี่ยนผ่านการเป็นเจ้าของจาก Wrexham Supporters Trust ไปสู่นักแสดงฮอลลีวูดสองคนเสร็จสมบูรณ์ในช่วงต้นปี 2021

ในตอนแรกหลายคนมองว่าเป็นเพียงโปรเจกต์เพื่อความสนุก แต่ทั้งสองชี้แจงตั้งแต่ต้นว่ามีเป้าหมายระยะยาวคือการนำสโมสรกลับสู่ EFL และพัฒนาทีมให้เป็นสโมสรระดับโลก แผนการลงทุนของทั้งสองครอบคลุมทั้งการเสริมทีม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการสร้างแบรนด์ของสโมสรในตลาดต่างประเทศ

ผลกระทบทางการเงินและมูลค่าสโมสรที่พุ่งสูง

ผลกระทบของการเข้าซื้อสโมสรนั้นเห็นได้ชัดเจนในแง่ของมูลค่าสโมสร ตามการประเมินของ Kieran Maguire ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินฟุตบอล มูลค่าของ เร็กซ์แฮม พุ่งขึ้นไปประมาณ 150 ล้านปอนด์ ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 7,400% ภายในระยะเวลาเพียง 4 ปี

ตัวเลขนี้ทำให้ เร็กซ์แฮม กลายเป็นกรณีศึกษาด้านการเปลี่ยนแปลงมูลค่าของสโมสรฟุตบอลในระยะเวลาสั้น ๆ ที่น่าทึ่งที่สุดเรื่องหนึ่งในวงการ

รายได้ของสโมสรยังเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากการขายเสื้อแข่ง การขายตั๋ว สปอนเซอร์ และที่สำคัญคือลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสารคดี Welcome to Wrexham สโมสรเริ่มทำสัญญาสปอนเซอร์ระดับนานาชาติกับแบรนด์ใหญ่ ๆ ทั่วโลก ทำให้สถานะทางการเงินของสโมสรพลิกฟื้นและเอื้อให้สามารถลงทุนในด้านต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่

บทบาทของสารคดี Welcome to Wrexham

หนึ่งในเครื่องมือทรงพลังที่สุดในการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของสโมสรคือสารคดี Welcome to Wrexham ที่ออกอากาศทาง FX และ Disney+/Hulu ตั้งแต่ปี 2022

สารคดีชุดนี้บันทึกการเดินทางของสโมสรหลังการเข้าซื้อของ Reynolds และ McElhenney ทั้งในแง่ของการแข่งขัน การบริหารทีม และความสัมพันธ์ระหว่างสโมสรกับชุมชนในเมือง

ความสำเร็จของสารคดีไม่เพียงทำให้ เร็กซ์แฮม กลายเป็นที่รู้จักของแฟนบอลทั่วโลก แต่ยังเปลี่ยนแปลงรูปแบบของการทำการตลาดของสโมสรฟุตบอลในยุคใหม่ด้วย แฟนบอลในสหรัฐอเมริกา แคนาดา เอเชีย และทั่วโลกเริ่มสนใจติดตามทีม ทำให้ฐานแฟนบอลของสโมสรขยายตัวอย่างก้าวกระโดดในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกับสโมสรในระดับเดียวกัน

การเซ็นนักเตะดาวเด่นและการลงทุนในโครงสร้างสโมสร

หลังจากสโมสรกลับสู่ EFL และไต่ระดับขึ้นมาเรื่อย ๆ การลงทุนในการเสริมทีมก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย เร็กซ์แฮม สามารถเซ็นนักเตะที่มีประสบการณ์ใน Premier League รวมถึงนักเตะที่เคยติดทีมชาติของหลายประเทศ ทำให้คุณภาพของผู้เล่นยกระดับขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็น Sam Smith ผู้ทำประตูสำคัญในเกมพบ Chelsea หรือ Callum Doyle ที่ถูกยืมมาจากสโมสรใน Premier League

นอกจากการเสริมทีม สโมสรยังลงทุนในการพัฒนาสนาม Racecourse Ground โดยเฉพาะการสร้าง Kop Stand ใหม่ที่จะเพิ่มความจุของสนามและตอบสนองมาตรฐานของ Championship และ Premier League ในอนาคต การลงทุนในระบบเยาวชน อะคาเดมี และศูนย์ฝึกซ้อมก็เป็นส่วนสำคัญของแผนระยะยาวที่ต้องการให้สโมสรมีความยั่งยืน ไม่พึ่งพิงเงินทุนจากเจ้าของเพียงอย่างเดียว

สถิติสำหรับ เร็กซ์แฮม พบ สโมสรฟุตบอลเชลซี

การพบกันระหว่าง เร็กซ์แฮม กับ เชลซี อาจไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้งในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ แต่ทุกครั้งที่ทั้งสองทีมเจอกันก็มักจะเต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าจดจำ

จากเกมแรกในยุค Second Division ในปี 1979 ถึงการกลับมาพบกันอีกครั้งในเวที FA Cup ในเดือนมีนาคม 2026 หลังห่างหายไป 44 ปี การได้พบกับสโมสรยักษ์ใหญ่อย่าง เชลซี เป็นบทพิสูจน์ระดับสำคัญของพัฒนาการของ เร็กซ์แฮม ในยุคใหม่

อ้างอิง: Vietnam.vn

สรุปสถิติการพบกันทั้งหมด 10 นัดในประวัติศาสตร์

ตลอดประวัติศาสตร์ของสองสโมสรนี้ สถิติสำหรับ เร็กซ์แฮม พบ สโมสรฟุตบอลเชลซีได้พบกันมาแล้วทั้งสิ้น 10 นัด ครอบคลุมทั้ง Second Division ในยุค 1979-1982 ศึก FA Cup รอบ 5 ในปี 1982 และล่าสุดคือ FA Cup รอบ 5 ในเดือนมีนาคม 2026 สรุปผลรวมของการพบกันทั้ง 10 นัดมีดังนี้:

  • เชลซี ชนะ 5 นัด
  • เร็กซ์แฮม ชนะ 2 นัด
  • เสมอ 3 นัด

เมื่อพิจารณาจากสถิติโดยรวม จะเห็นได้ว่า เชลซี มีความได้เปรียบในประวัติศาสตร์การพบกันอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม การที่ เร็กซ์แฮม สามารถเก็บชัยชนะได้ถึง 2 นัด ในยุคที่ทั้งสองทีมแข่งขันใน Second Division ก็แสดงให้เห็นว่าในช่วงปลายทศวรรษ 1970 และต้นทศวรรษ 1980

ทีมเวลส์แห่งนี้คือคู่แข่งที่ไม่อาจมองข้าม สถิติที่น่าสนใจอีกอย่างคือ เร็กซ์แฮม ไม่สามารถยิงประตูได้เพียง 3 นัดจาก 10 นัด และ เชลซี สามารถเก็บคลีนชีตได้เพียง 1 ครั้งจาก 5 ครั้งที่เดินทางมาเล่นในเวลส์เหนือ ซึ่งแสดงว่าเกมของทั้งสองทีมมักจะมีประตูเกิดขึ้นเสมอ

อ้างอิง: ผู้จัดการออนไลน์

นัดแรกในประวัติศาสตร์ ปี 1979 ที่ Stamford Bridge

การพบกันครั้งแรกระหว่างเร็กซ์แฮมกับเชลซีเกิดขึ้นในวันที่ 25 สิงหาคม 1979 ที่ Stamford Bridge โดยเชลซีชนะ 3-1 ก่อนที่เร็กซ์แฮมจะตอบโต้ด้วยชัยชนะ 2-0 ที่ Racecourse Ground ในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน

ในฤดูกาล 1980–81 ทั้งสองทีมพบกันอีก โดยเสมอ 2-2 ที่ลอนดอน และเชลซีชนะ 4-0 ในเกมกลับที่เวลส์ ส่วนฤดูกาล 1981–82 เชลซีชนะ 2-0 ก่อนที่เร็กซ์แฮมจะล้างแค้นได้ 1-0 ในเลกกลับ

ภาพรวมช่วงปลายทศวรรษ 1970 ถึงต้น 1980 แสดงให้เห็นว่าทั้งสองทีมสู้กันได้สูสี ผลัดกันแพ้ชนะอย่างต่อเนื่องก่อนเข้าสู่ยุคดราม่า FA Cup ในเวลาต่อมา

ศึก FA Cup รอบ 5 ฤดูกาล 1981-82 ที่ต้องเล่นรีเพลย์ถึง 2 ครั้ง

ศึก FA Cup รอบ 5 ฤดูกาล 1981–82 ระหว่างเร็กซ์แฮมกับเชลซี ถือเป็นหนึ่งในเกมที่สูสีที่สุดในประวัติศาสตร์ของทั้งสองทีม โดยต้องลงเล่นกันถึง 3 นัด

นัดแรกที่ Stamford Bridge จบ 0-0 ก่อนจะกลับมาเสมอ 1-1 ในรีเพลย์ที่ Racecourse Ground และต้องแข่งรีเพลย์ครั้งที่สอง ซึ่งเชลซีชนะ 2-1 และผ่านเข้ารอบ

แม้เร็กซ์แฮมจะไม่ผ่านเข้ารอบ แต่การยื้อเกมกับทีมจากลอนดอนถึง 3 นัดสะท้อนถึงความแข็งแกร่งและศักยภาพของทีมในยุคนั้นอย่างชัดเจน

การกลับมาพบกันอีกครั้งหลัง 44 ปี – FA Cup รอบ 5 ในเดือนมีนาคม 2026

ในวันที่ 7 มีนาคม 2026 เร็กซ์แฮมเปิดบ้านพบเชลซีใน FA Cup รอบ 5 หลังห่างกัน 44 ปี โดยเกมที่ Racecourse Ground จบลงอย่างดุเดือด

Sam Smith โหม่งให้เร็กซ์แฮมนำก่อน แต่เชลซีตีเสมอจากการทำเข้าประตูตัวเอง ก่อนที่ Callum Doyle จะยิงให้เจ้าบ้านนำอีกครั้ง 2-1 ทว่า Josh Acheampong ตีเสมอทันควัน ทำให้เกมต้องต่อเวลาพิเศษ

ช่วงต่อเวลา Alejandro Garnacho ยิงให้เชลซีแซงนำ และ João Pedro ปิดเกมเป็น 4-2 แม้เร็กซ์แฮมจะเหลือ 10 คนในช่วงท้าย

แม้พ่ายแพ้ แต่ผลงานในเกมยืนยันว่าเร็กซ์แฮมสามารถต่อกรกับทีมระดับ Premier League ได้อย่างสูสีจนถึงช่วงต่อเวลา

ผลงานรายบุคคล: ผู้ทำประตูสำคัญและจุดเปลี่ยนของแต่ละนัด

ในเกม FA Cup ปี 2026 เร็กซ์แฮมได้ประตูจาก Sam Smith และ Callum Doyle ซึ่งสะท้อนคุณภาพการเสริมทีมยุคใหม่ ขณะที่เชลซีตอบโต้ผ่าน Josh Acheampong, Alejandro Garnacho และ João Pedro โดยต้องใช้ผู้เล่นระดับสูงหลายคนตัดสินเกมในช่วงต่อเวลา

หากย้อนกลับไปในปี 1981–82 การเจอกันของทั้งสองทีมยังต้องเล่นถึง 3 นัด แสดงให้เห็นว่าเร็กซ์แฮมสามารถสร้างความยากลำบากให้ทีมใหญ่ได้ตั้งแต่อดีต และในปัจจุบันก็ยังยืนยันภาพนั้นอีกครั้งในยุคที่สโมสรพัฒนาอย่างก้าวกระโดด

บทสรุป

สโมสรฟุตบอลเร็กซ์แฮม เอ.เอฟ.ซี. สโมสรเก่าแก่กว่า 160 ปี ผ่านทั้งความรุ่งเรือง การตกชั้น และ 15 ปีในลีกนอกระบบ ก่อนกลับมาเติบโตอีกครั้งหลังปี 2020 ภายใต้เจ้าของใหม่ จนสร้างประวัติศาสตร์เลื่อนชั้น 3 ฤดูกาลติด (2023–2025) สู่ EFL Championship และแม้จะแพ้เชลซี 2-4 ใน FA Cup ปี 2026 แต่ก็สะท้อนชัดว่าทีมกลับมาสู่เวทีระดับสูงและกำลังเริ่มบทใหม่ของตัวเอง

よかったらシェアしてね!
  • URLをコピーしました!
  • URLをコピーしました!

この記事を書いた人

目次